หลังจากทางคณะกรรมการผู้ดูแลศาลเจ้าพ่อพญาแลหรือ พระยาภักดีชุมพล(แล) เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิมาได้จนปัจจุบัน ณ บริเวณหน้าหนองปลาเฒ่า ชุมชนหนองปลาเฒ่า ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ เป็นสถานที่สิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองชัยภูมิ มายาวนานและเพิ่งมีการสร้างศาลเจ้าพ่อพญาแลหลังใหม่ แทนหลังเก่าที่มีชำรุดทรุดโทรมเพื่ออันเชิญองค์รูปหล่อเหมือนองค์เจ้าพ่อพญาแลองค์เก่าแก่ตั้งแต่เจ้าพ่อพญาแลเสียชีวิตลงมาตั้งแต่ปี 2369 เพื่อทำพิธีแห่รอบเมืองและอันเชิญขึ้นไปประดิษฐาน ณ ศาลหลังใหม่ เมื่อระหว่างวันที่ 13-14 พ.ย.67 เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีการตั้งเมืองชัยภูมิ มานานในรอบกว่า 198 ปี


และเปิดให้ประชาชนทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้สักการะขอพร ณ ภายในศาลเจ้าพ่อพญาแลหลังใหม่ มาได้กว่า 30 วันที่ผ่านมาได้เกิดเหตุมีภาพจากกล้องวงจรปิดของศาลเจ้าพ่อพญาแล สามารถจับภาพหัวขโมยสองผัวเมียแสบวัยกลางคนพากันมาแอบขโมยกระถางธูปที่เป็นทองเหลืองที่ตั้งไว้บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อพญาแล เพื่อให้ประชาชนจุดกราบไหว้ ที่ทางขึ้นบันไดหน้าศาลฯ หายไปจำนวน 1 กระถาง เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 01.14 น.วันที่ 14 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา ก่อนที่ทางคณะกรรมการผู้ดูแลศาลเจ้าพ่อพญาแล ได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมหัวขโมยแสบรายนี้

ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพขณะก่อนเหตุไว้ได้ชัดเจนว่ามีสาววัยกลางคนและเดินทางขับขี่รถจักรยานยนต์(จยย.)มากลับสามีด้วยอีกคนเดินวนเวียนอยู่บริเวณหน้าศาลอยู่นานจนถึงเวลาประมาณตีหนึ่ เห็นว่าปลอดคนแล้ว ทางสาวหัวขโมยรายนี้ก็เดินไปหาถุงกระสอบปุ๋ยอยู่บริเวณหลังที่บูชาจำหน่ายดอกไม้ธูปเทียนของศาลเจ้าพ่อพญาแล ก่อนเดินทางที่บริเวณที่ตั้งกระถางธูปทองเหลืองขนาดใหญ่ที่มีกระถางใบใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางและมีกระถางใบเล็กตั้งประกบอยู่ 2 ข้างอีก 2 ใบ ก่อนที่จะเลือกขโมยเอากระถางธูปทองเหลืองใบเล็กนำใส่กระสอบ เดินไปขึ้นรถจยย.ที่สามีของสาวหัวขโมยรายนี้สตาร์ทรถจอดรออยู่ก่อนหากันขับลบหนีออกจากบริเวณศาลไป จนล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุและได้พบกับ นางสุดใจ งอชัยภูมิ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลศาลในวันเกิดเหตุ และเป็นคนมาพบว่ามีกระถางธูปทองเหลืองขนาดใหญ่ของศาลเจ้าพ่อพญาแล หายไปครั้งนี้เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 14 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา จึงรีบไปแจ้งคณะกรรมการผู้ดูแลศาลฯมาช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเข้าแจ้งความดังกล่าวขึ้น ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ที่ผ่านมา ทางชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ได้แจ้งว่าได้สามารถติดตามจับกุมตัวสาวสองสามีภรรยารายนี้ที่เข้ามาก่อเหตุขโมยกระถางธูปของศาลเจ้าพ่อพญาแลได้แล้ว

ซึ่งทราบว่าผู้ก่อเหตุสองสามีภรรยารายนี้ที่มาก่อเหตุเพราะติดสุราจึงมาหาขโมยของในศาลเจ้าพ่อพญาแลครั้งนี้ขึ้นเพื่อหาเงินไปซื้อสุราดื่ม มาก่อเหตุครั้งนี้ขึ้นซึ่งเห็นว่ากระถางธูปทองเหลืองแท้ๆที่ตั้งอยู่หน้าศาลมีราคาแพง จึงพากันมาขโมยไปเลื่อยตัดกระถางเนื้อทองเหลืองผ่าเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อไม่ให้ร้านรับซื้อของเก่าสงสัย นำไปชั่งกิโลขายได้ราคาสูงกิโลกรัมละ 200 บาท ซึ่งนำไปขายได้เงินไปหลายร้อยบาท ที่ร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งใน ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ ก่อนที่ทาง เจ้าหน้าที่จะแกะภาพจากกล้องวงจรปิดติดตามไปจับกุมตัวผู้ก่อตุทั้งสองสามีภรรยารายนี้ได้อย่างทันควันไม่ทันข้ามวัน และควบคุมตัวไปสอบสวนฝากขังเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ บรรยากาศที่ศาลเจ้าพ่อพญาแลก็ยังมีประชาชนพาครอบครัวเดินทางมากราบไหว้สักการะต่อองค์รูปเหมือนเจ้าพ่อพญาแล ภายในศาลหลังใหม่กันไม่ขาดสายจำนวนมากในแต่ละวันและชาวชัยภูมิที่ทราบข่าวว่ามีหัวขโมยแสบสองสามีภรรยารายนี้มาขโมยกระถางธูปของศาลหลังใหม่ที่เป็นศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองของชาวชัยภูมิทุกคนหายไป ต่างพากันรุมประณามสองผัวเมียหัวขโมยรายนี้กันไปทั่วเมืองและไม่อยากให้ใครมาทำแบบนี้อีกที่เชื่อในความศักดิ์ขององค์เจ้าพ่อใครมาทำอะไรไม่ดีต่อศาลเจ้าพ่อพญาเจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิมาได้จนปัจจุบันนี้กรรมตามทันหมด

ซึ่งยังไม่ทันข้ามวันก็ถูกเวรกรรมตามลงโทษถูกตามจับตัวได้ อยากฝากเป็นอุทาหรณ์ใครหรือกับคนที่คิดจะทำสิ่งไม่ดี เวรกรรมมีจริงที่จะต้องไปรับโทษที่กระทำตามกฏหมายและต้องมาเสียอนาคตของตัวเองไปด้วย จึงไม่อยากให้ใครที่คิดจะกระทำอะไรไม่ดีต่อศาลเจ้าพ่อพญาแลสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองชัยภูมิอีกด้วย
** สุทธิพงศ์ จ.ชัยภูมิ รายงาน
Leave a Reply