ศูนย์เรียนรู้ทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดนจังหวัดตาก โรงพยาบาลแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) จัดประชุมวิชาการสุขภาพประชากรข้ามชาติเนื่องในวันผู้อพยพ ย้ายถิ่นฐานสากล ประจำปี 2567 (Migrant Health Forum on International Migrants Day, 2024) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคมและภาควิชาการ องค์กร ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศที่มีส่วนสำคัญเกี่ยวข้องกับประเด็นสุขภาพประชากรข้ามชาติเข้าร่วมการประชุมกว่า 300 คน ทั้งนี้ด้วยสภาพพื้นที่ของอำเภอแม่สอดมีลักษณะเป็นช่องทางผ่านเข้าออกประเทศไทยของชาวเมียนมามากที่สุด รวมทั้งมีพรมแดนทั้งทางบก และทางน้ำเป็นทางยาวมากกว่า 500 กิโลเมตร


งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค. 2567 โดยมีนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนสถานการณ์และองค์ความรู้ด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติระหว่างภาคนโยบาย ภาคปฏิบัติ ภาควิชาการและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านสุขภาพประชากรข้ามชาติ อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย และเพื่อให้สังคมเกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการจัดบริการสุขภาพสำหรับประชากรข้ามชาติตลอดจน เกิดการยกระดับการทำงานร่วมกันในอนาคต นายแพทย์พิทักษ์พงษ์ จันทร์แดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก กล่าวว่า จังหวัดตากเป็นหนึ่งในจังหวัดเศรษฐกิจพิเศษ มีประชากรทั้งชาวไทย ชาวไทยภูเขาและแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานด้านเกษตรกรรม ซึ่งปัญหาหลักของการเข้าถึงบริการสุขภาพ ของแรงงานต่างด้าวคือ การเข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสารยืนยัน ส่งผลทำให้ไม่มีหลักประกันสุขภาพใดๆ โดยเฉพาะในอำเภอแม่สอดเป็นพื้นที่ชายแดนที่อยู่ติดกับประเทศพม่า ในแต่ละปีจึงมีการเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของ ชาวต่างชาติประมาณ 1 ล้านคนต่อปี และมีประชากรชาวเมียนมา รวมถึงชนกลุ่มน้อยเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สอด นับแสนคน ดังนั้นการจัดประชุมวิชาการสุขภาพประชากรข้ามชาติ เนื่องในวันประชากรข้ามชาติสากล ประจำปี2567 ณ จังหวัดตาก จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของประชากรข้ามชาติที่มีต่อ สังคมไทย รวมถึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลการจัดบริการสุขภาพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์กร เอกชน

ด้านนายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานสนับสนุน เเละประสานกลางการ ขับเคลื่อนแผนงานสุขภาพประชากรข้ามชาติกล่าวว่า ประเทศไทยยังคงมีความต้องการแรงงานต่างด้าวสูงอย่างต่อเนื่อง โดย แรงงานต่างด้าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ต่อหัวของประชากรไทยหรือจีดีพี คิดเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 6.2% ส่วน ระบบประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าว ปัจจุบันมี 2 ระบบคือ ระบบประกันสังคมและระบบประกันสุขภาพของกระทรวง สาธารณสุข ซึ่งเป็นระบบที่มีการให้บริการแตกต่างกัน นอกจากนี้ภาระในการให้บริการแรงงานต่างด้าวของสถานพยาบาลบาง พื้นที่ พบผู้ป่วยนอกคิดเป็น 15% ส่วนผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลคิดเป็น 27% ซึ่งประเทศไทยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการ รักษาพยาบาลปีละหลายร้อยล้านบาท ส่วนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติของรัฐบาลในขณะนี้ ก็ดีขึ้น แต่ในส่วนด้านสาธารณสุขยังไม่ดีทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากพิธีเปิดแล้วเสร็จ มีการบันทึกข้อตกลงระหว่างศูนย์เรียนทางการแพทย์ และสาธารณสุขชายแดนด้านจ.ตากและสถาบันการศึกษาโดยมีทั้งหมด 7 หน่วยงาน
** สมจิตร จ.ตาก รายงาน


Leave a Reply