นายณรงค์ฤทธิ์ มอบสันเทียะ ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ปัญหาผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางและเรื่องน้ำมันขาดแคลนและจะส่งผลทำให้ราคาสูงขึ้นอีกไม่หยุดอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ด้วย ที่เป็นเรื่องที่น่าห่วงมากที่สุดที่จะเป็นปัญหากระทบภาพรวมทางเศณษฐกิจในประเทศทั้งหมด และทุกหน่วยงานภาคส่วนรวมไปถึงรัฐบาล ควรจะมีแนวทางออกมาช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเร็วจากนี้ไปให้ได้ที่จะช่วยลดผลกระทบลงได้บ้างด้วย ซึ่งคาสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนน้ำเข้าล่าช้าและที่สำคัญมีราคาแพงมากขึ้นเป็นวิกฤตประวัติการณ์ในทั่วโลกด้วย

ซึ่งคาดว่าทั่วโลกและประเทศไทย ก็จะได้รับผลกระทบในระยะยาวแล้วจากนี้ไปอีกยาวไม่น้อยกว่า 2 ปี ขณะนี้ในส่วนเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ก็อยากฝากข้อเสนอแนะไปถึงรัฐบาลที่ควรจะมีนโยบายเร่งด่วน ด้านการเพิ่มพื้นที่ในประเทศไทยเองในการมีแหล่งผลิตน้ำมันใช้เองที่เห็นผลได้ อย่างตัวอย่างของกลุ่มชาวบ้านโคกสง่านวัตกรรมใหม่ ตำบลห้วยไร่ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้มีการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มของชาวบ้านในพื้นที่มาต่อเนื่อง ในการรวมกลุ่มผลิตน้ำมันใช้กันเองในหมู่บ้าน ในการใช้น้ำมันที่กลุ่ม บ้านโคกสง่านวัตกรรมใหม่ มีกรรมวิธีสามารถกลั่นน้ำมันขึ้นมาใช้เองได้ ในปัจจุบัน ได้นำไปใช้กับเครื่องมือทางการเกษตรให้กับประชาชนในพื้นที่มานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งมีกำลังในการผลิตน้ำมันได้ต่อวันละ 200 ลิตร ต่อวันขึ้นไป โดยกลั่นวันละ 2 รอบ รอบละ2-3ชั่วโมง ที่ส่วนที่เหลือก็มีให้จำหน่ายเพียงลิตรละ 25 บาท สำหรับประชาชนที่ขาดแคลนน้ำมันได้ ในขณะที่ปั้มน้ำมันทั่วประเทศในขณะนี้ขายลิตรสูงขึ้นต่อเนื่องในขณะนี้กว่า 40 บาท และคาดว่าต่อไปจะสูงขึ้นถึงลิตรละ 70 บาท ก็เป็นได้

ซึ่งในการขยายผลการในการที่อยากให้รัฐบาลควรเร่งนโยบายผลักดันหนุนการรวมกลุ่มสนับสนุนอุปกรณ์ตั้งโรงกลั่นน้ำมันย่อยใช้เองแบบพอเพียงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านตำบลอำเภอ เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตน้ำมันขาดและจะราคาแพงมากขึ้น ในระยะยาวคาดที่ว่าจะได้รับผลกระทบจากนี้ไปอีกยาวไม่น้อยกว่า 2 ปี ที่ในส่วนการตั้งกลุ่มโรงงานก็จะมีต้นทุนเรื่องอุปกรณ์ที่จะใช้เป็นศูนย์รวมเป็นจุดกลั่นน้ำมันใช้เอง แบบพอเพียง ที่ไม่ได้ไปแข่งกับโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่หากทำเพื่อการพาณิชย์มีโรงกลั่นผลิตน้ำมันเกินขนาดกว่า 200 ลิตรขึ้นไป ก็ต้องมีการยื่นขออนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งในจุดนี้ในส่วนการที่จะช่วยเดินหน้าขยายผลการมีโรงกลั่นขนาดใหญ่ประจำชุมชนที่มีการผลิตน้ำมันใช้เองได้มากขึ้น ในเรื่องนี้ก็อยากฝากถึงรัฐบาลและ ส.ส.และ ส.ว.ที่ควรทำหน้าที่ในการช่วยแก้เพื่อเพิ่มมาตรการให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถผลิตได้เพิ่มมากขึ้นได้สูงขึ้นไม่เกิน 500 – 1,000 ลิตรต่อวัน ก็จะช่วยลดผลกระทบการแก้ปัญหามันขาดและแพงช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนทั่วประเทศไทยโดยรวมได้
ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มี 1,620 หมู่บ้าน 124 ตำบล 16 อำเภอ ถ้ามีการรวมกลุ่มผลิตน้ำมันใช้เองได้ครอบคลุมต่อวันได้ 200-500 ลิตร ขึ้นไป ในทั่วจังหวัดและถ้าขยายผลได้ทั่วประเทศก็จะลดผลกระทบน้ำมันราคาแพงลงได้อีกจำนวนมากจากนี้ไปได้ในระยะยาวได้อีกด้วย

ซึ่งนอกจากนี้ที่สำคัญจะเป็นการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง มีการเกิดการลดขยะล้นเมือง มีธนาคารแยกขยะประจำชุมชน ประจำทุกโรงเรียนในพื้นที่ให้มีธนาคารแยกขยะในโรงเรียน และหน่วยงานองค์กรต่างๆ เพื่อที่จะมีวัตถุดิบการแยกขยะประเภท ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก น้ำมันพืชใช้แล้ว รวมทั้งมีการต่อยอดผลิตจากพืชผลทางการเกษตรที่มีในแต่ละพื้นที่ยังมีบางส่วนที่น้ำมันเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันใช้เองได้อีกด้วย
ซึ่งรูปแบบสำหรับวิธีการผลิตและวัตถุดิบที่นำมากลั่นเป็นน้ำมันใช้เอง ประกอบด้วย จากขยะสิ่งเหลือใช้ใกล้ตัวกับชีวิตประจำวันของประชาชนแทบทุกวัน ที่เป็นประเภทขยะพลาสติก ถุง ขวดฝาพลาสติกต่างๆ น้ำมันพืชใช้แล้ว อัตราส่วนในการกลั่น พลาสติก 1 กิโลกรัม กลั่นได้น้ำมัน 1 ลิตร ซึ่งการผลิตคือเริ่มด้วยการนำขวด ฝา ถุงพลาสติก มาล้างทำความสะอาดให้ดีก่อน ก่อนที่จะนำไปเข้าเตาเผาที่ความร้อนสูง(ที่ส่วนนี้ถ้ารัฐบาลช่วยสนับสนุนให้มีในแต่ละชุมชนหมู่บ้านตำบลในทั่วประเทศให้มีไว้ประจำได้มากขึ้น)ไม่ต่ำกว่า 200 องศาฯ ที่จะทำให้พลาสติกกลายเป็นน้ำมันได้
ที่จะส่งผ่านท่อกลั่นกรองผ่านไปเก็บไว้ในถึงเก็บ ก่อนที่จะแยกนำมาบรรจุใส่ขวด ใส่ถังตามความต้องการของประชาชนที่จะนำไปใช้เป็นเสร็จวิธีการผลิตได้แบบง่ายๆ ที่น้ำมันที่กลั่นได้จะแยกเป็นสองประเภทคือประเภทดีเซล และเบนซิน ที่นำไปเติมกับ รถ รถไถ เครื่องสูบน้ำเครื่องตัดหญ้า เครื่องพ่นเมล็ดข้าว สามารถนำไปเติมรถแทนดีเซลใช้งานได้เลยที่มีมาตรฐานทางวิศวกรรมทางวิชารับรองว่าไม่มีผลกระทบเครื่องยนต์ต่างๆที่นำไปใช้ได้แล้ว ส่วนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เบนซินจะต้องนำต้นน้ำมันที่ผลิตไปผสมกับน้ำมันเบนซิน ที่ซื้อมาจากปั๊มน้ำมันในอัตรา 50 ต่อ 50 ก็สามารถนำไปใช้แทนน้ำมันเบนซินได้ทันทีได้ด้วยเช่นกัน
ที่การรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นในเรื่องของชาวบ้านประชาชนใครที่มีการนำวัตถุดิบประเภทใช้ผลิตเป็นน้ำมันได้ มีขวด ถุง ฝาพลาสติก น้ำมันพืชใช้แล้ว มารวมส่งให้โรงกลั่นที่มี ก็สามารถแบ่งน้ำมันตามเปอร์เซ็นต์การผลิตที่มีไปใช้ฟรีได้ ส่วนใครที่ไม่มีวัตถุดิบมาช่วยเสริมก็สามารถมาซื้อน้ำมันผลิตเองตามจุดต่างๆไปใช้ในราคาถูกลิตรละไม่เกิน 25 บาท(ซึ่งผลผลิตน้ำมันใช้เองที่จำหน่ายได้ทางกลุ่มก็จะได้รวมเก็บไว้เป็นทุนในการไว้ใช้เป็นค่าดูแลอุปกรณ์การผลิตที่อาจเสื่อมชำรุดได้ต่อไปได้อีกด้วย) เพื่อลดรายจ่ายในการลดผลกระทบน้ำน้ำทั่วโลกขาดแคลน และมีราคาสูงมากขึ้นอีกต่อเนื่องอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่จากนี้การแก้ปัญหาเร่งด่วนเตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 2 ปี จากนี้ไปได้อีกทางในการช่วยกันแก้ปัญหาในประเทศไทยที่ควรเร่งเดินทางหาแนวทางที่ชัดเรื่องในเรื่องเป็นการด่วนด้วย
** สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี รายงาน
Leave a Reply