“กลุ่มน้ำเย็น ปราจีนบุรี” ระดมสมอง ปั้นพิมพ์เขียว 5 ปี เปลี่ยนแปลงจังหวัดจากฐานราก

คืบหน้ากรณี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ได้มีการรวมตัวกันของกลุ่ม “ สภาน้ำเย็น ปราจีนบุรี ” นำโดย นายอิสสรา วนิชชากร (เลขาโต้ง) พร้อมด้วยแกนนำผู้มีภูมิลำเนาและรักในบ้านเกิด อาทิ.. นายจำรูญ สวยดี ร.ต.อ.ฉัตรชัย หอระตะ (เลขาแฟท), นายสุรแสง เพิ่มพูนสุขสมบัติ ( ที่ปรึกษาพิเศษ นายก อบจ.ปจ.) นายศักยวุฒิ บริบูรณ์ทรัพย์,นายอเนก พรมที ( สจ.เหนก ) และ นายสุริยน เจริญสุข (น้อง) พร้อมคณะร่วมเปิดเวทีเสวนาโต๊ะกลมเพื่อระดมไอเดียดีๆ ในการพัฒนาศักยภาพและดึงเสน่ห์ของจังหวัดปราจีนบุรีออกมาให้ผู้คนได้รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยเน้นบรรยากาศที่เป็นกันเอง อบอุ่น และเปิดกว้างสำหรับทุกคน

วันที่ 4 ก.ค.69 ที่ร้านอาหาร ณ บางกุ้ง ทุ่งข้าว บ้านหัวดงกระทงยาม อำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี
กลุ่ม “สภาน้ำเย็น ปราจีนบุรี” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของภาคประชาชน ข้าราชการเกษียณ เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่ ได้จัดการประชุมระดมความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ณ ร้านอาหาร ณ บางกุ้ง ทุ่งข้าว อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเดินหน้าทำ “ข้อเสนอแผนพัฒนาปราจีนบุรี 5 ปี (พ.ศ. 2571-2575)” โดยมุ่งเน้นการสะท้อนปัญหาจริงจากพื้นที่และเสนอแนวทางแก้ไขตรงสู่ภาครัฐ

จากวงเสวนาในครั้งนี้ ที่ประชุมได้สะท้อนวิกฤตและปัญหาสำคัญของจังหวัดปราจีนบุรีที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยสามารถจำแนกออกเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้:
ด้านคุณภาพชีวิต การศึกษา และสังคม: ที่ประชุมแสดงความกังวลต่อปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนที่เข้าถึงง่ายแต่ยังขาดการแก้ไขอย่างจริงจัง รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่โรงเรียนชานเมืองมีคุณภาพลดลงจนเกิดปัญหานักเรียนล้นในโรงเรียนเขตเมือง จึงเสนอให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีระบบดูแลกลุ่มเปราะบางและคนเร่ร่อนในพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ: ปัญหาน้ำตื้นเขินและวัชพืชในลำน้ำสาธารณะกระทบต่ออาชีพริมน้ำ นอกจากนี้ยังพบปัญหาทุนต่างชาติปิดกั้นทางน้ำบริเวณต้นน้ำ และการลักลอบปล่อยสารพิษจากภาคอุตสาหกรรมลงแหล่งน้ำ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันยังบังคับใช้ได้ไม่เต็มที่ รวมถึงปัญหามลพิษทางอากาศ (PM2.5) และการจัดการขยะในชุมชนที่ยังขาดการแยกขยะอย่างถูกต้อง

ด้านโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจ: การขยายตัวของโรงงานและแรงงานต่างชาติ ส่งผลให้วินัยจราจรลดลงและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบนถนนสายหลักอย่างสาย 304 ขณะเดียวกัน การตัดถนนเส้นใหม่ได้ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจของร้านค้าบนถนนสายเดิมซบเซาลง ประกอบกับเกษตรกรยังคงเผชิญปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำไม่คุ้มทุน

ด้านธรรมาภิบาลและความมั่นคง: ภาคประชาชนสะท้อนถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการร้องเรียนปัญหาความไม่โปร่งใส ขาดช่องทางที่ปลอดภัยในการสะท้อนความจริงต่อผู้มีอำนาจ นอกจากนี้ยังพบปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารกองทุนหมู่บ้าน และการขาดการควบคุมแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพสงวนของคนไทย เช่น การค้าขาย และธุรกิจบริการ

แนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี: ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ในการ เข้าร่วมขับเคลื่อนร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) เพื่อผลักดันให้เสียงของภาคประชาชนได้รับการบรรจุในยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้แทนกลุ่มสภาน้ำเย็น ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาการรับฟังความคิดเห็นเพื่อทำแผนประชาคมของรัฐยังไม่ครอบคลุมปัญหาที่แท้จริง กลุ่มสภาน้ำเย็นจึงมุ่งหวังที่จะเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงองค์กรภาคประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งสภาอุตสาหกรรม กลุ่มชาวนา และกลุ่มชาวสวน เพื่อสร้างพลังในการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านไปยังส่วนราชการ โดยเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความตื่นตัวให้ประชาชนร่วมคิดร่วมแก้ไขปัญหาท้องถิ่นของตนเอง และขับเคลื่อนจังหวัดปราจีนบุรีให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอีก 5 ปีข้างหน้า”

กลุ่มสภาน้ำเย็น ปราจีนบุรี ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายแนวคิดนี้ไปยังทุกชุมชนและหมู่บ้านทั่วจังหวัด เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำเล่มข้อเสนอแผนพัฒนาจังหวัดที่มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป
** กองบรรณาธิการข่าว รายงาน







Leave a Reply